Speak Jewellery

My intention towards this blog is getting bigger. Can’t believe it has been more than 2 years since it all started. My first goal for it since I was a museum worker was to visit as many museums as possible (if you remember, I said I would visit 100 museums, what was I thinking?). Then…

Bookfair April2018

(credit cover photo from readthecloud.co)   It has been so many months this blog wasn’t updated anything, yet, I found my way back to this post by the topic I always wanted to write about. It’s one of my favourite things to do when I had free time, to go visiting bookstores and look for…

007 : Fabergé Museum

A small museum, ready to be discovered. Russia has been one of my always-wanted-to-go countries ever since I was young, because of several funny reasons like the Lomo Camera was invented here, and Russia was the originated place of the animation ‘Anastasia’ in 1997. I love this film so much that I could say it…

Brief History of the last Romanov Monarch through Fabergé Imperial Easter eggs

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ปลายราชวงศ์โรมานอฟฉบับย่อ ผ่านงานช่างทองหลวงฟาบาร์เช่   ปฏิกริยาจากคนทั่วไปเมื่อพูดถึงประเทศรัสเซียนั้นมักแสดงออกในเชิงลบเสมอ เพราะไม่ว่าจะเป็นโศกนาฏกรรมของราชวงศ์โรมานอฟ สงครามการเมือง การก่อตั้งและการล่มสลายของสหภาพโซเวียต หรือกระทั่งฤดูหนาวอันโหดร้ายได้กลายเป็นภาพจำของประเทศไปเสียแล้ว จึงไม่แปลกที่เมื่อพูดถึงรัสเซียจะต้องต่อด้วยสมญานาม “ดินแดนหลังม่านเหล็ก” เสมอ เพราะนั่นอาจเป็นเพียงด้านเดียวที่คนทั่วไปรู้จักเมื่อพูดถึงประเทศอันกว้างใหญ่นี้ แต่ในทางกลับกัน ก่อนหน้าการปฏิรูปการปกครอง ย้อนไปในสมัยที่รัสเซียยังเรืองรองด้วยอำนาจขององค์จักรพรรดิ์ นอกเหนือจากความสามารถในการบริหารจัดการประเทศแล้ว ซาร์และซาริน่าแต่ละพระองค์ต่างมีรสนิยมในการเลือกสรรศิลปวัตถุต่างๆ มาไว้ครอบครอง โดยในภายหลังรัฐบาลได้เก็บรวบรวมไว้ด้วยกันแล้วเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้สาธารณชนเข้าชม ซึ่งนอกจากคุณค่าในแง่ความสวยงามเหนือกาลเวลาแล้ว ผลงานศิลปะเหล่านี้ยังทำหน้าที่บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานั้นๆ ไว้อีกด้วย และหนึ่งในศิลปวัตถุที่ผ่านการรับสั่งโดยตรงจากประมุขของรัสเซีย รังสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมือชาวรัสเซีย เพื่อมอบให้แก่สมเด็จพระราชินีรัสเซียในขณะนั้น เรากำลังพูดถึง Fabergé Imperial Easter eggs หรือไข่ฟาบาร์เช่ ที่ปรากฏขึ้นครั้งแรกในช่วงการปกครองของพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 หรือเมื่อประมาณหนึ่งร้อยกว่าปีก่อน ถ้าเทียบช่วงเวลาเดียวกันในประเทศไทยนั้นอยู่ในรัชสมัยของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5   ในภาพเป็นเหตุการณ์ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาธประเทศรัสเซีย ซึ่งประมุขในขณะนั้นคือพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2   ความพิเศษของไข่ฟาบาร์เช่เริ่มต้นในเทศกาลอีสเตอร์ปี 1885 เมื่อพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 ได้รับสั่งให้ห้างทองของนายปีเตอร์ คาร์ล ฟาบาร์เช่ ออกแบบและจัดทำของขวัญเพื่อมอบให้กับสมเด็จพระราชินี โดยปูมหลังของซาริน่ามาเรีย ฟีโอโดรอฟน่านั้นเป็นเจ้าหญิงจากประเทศเดนมาร์ก ฟาบาร์เช่จึงออกแบบของขวัญดังกล่าวให้มีลักษณะใกล้เคียงกับสิ่งที่พระองค์คุ้นเคย ของที่ว่านี้คือกล่องใส่เครื่องประดับของพระองค์ในวัยเยาว์…

Day 9 around and about St. Petersburg

วันเกือบสุดท้ายในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ถือว่าเราเก็บสถานที่สำคัญๆ ได้เกือบครบ เหลือไม่กี่แห่งที่รู้สึกว่าไปก็ได้ไม่ไปก็ได้ แต่เมื่อมีวันเหลือคุณแม่ก็บอกว่าไปเถอะ เอาให้คุ้ม ความเดิมจากที่เราได้หนังสือ The Rulers of Russia มาจาก Peterhof แม่ก็ได้หนังสือ Saint Petersburg and its environs มาเช่นกัน ซึ่งภายในเล่มรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พร้อมรูปประกอบสีสวย เป็นเหตุผลให้แม่ซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึก และสถานที่ที่เราจะไปในวันนี้ ก็เกิดจากคุณแม่จิ้มเอาจากหนังสือเล่มนี้แหละ ไม่ได้แพลนกันมาตั้งแต่ต้น   St. Nicholas Naval Cathedral   โบสถ์ St. Nicholas มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าโบสถ์กะลาสีเรือ ซึ่งมีที่มาจากพื้นที่ตรงนี้เชื่อมต่อกับแม่น้ำ Moika และแม่น้ำ Fontanka โดยตั้งแต่สมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชนั้น กะลาสีเรือได้เริ่มเข้ามาอาศัยในบริเวณนี้ และเริ่มก่อสร้างสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขึ้น ซึ่งในสมัยนั้นยังใช้ไม้เป็นวัตถุดิบหลัก จนกระทั่งในสมัยพระนางอลิซาเบธได้สั่งให้มีการก่อสร้างโบสถ์โดยใช้หินขึ้นแทนที่ โดยก่อนหน้านั้นต้องยกพื้นดินให้สูงขึ้นอีก 2 เมตรเพื่อป้องกันน้ำท่วม การก่อสร้างดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งรัชสมัยของพระนางแคทเธอรีนที่ 2 ได้มีการประกาศให้เป็นโบสถ์ของกองทัพเรืออย่างเป็นทางการ โดยภายในโบสถ์มีการทำพิธีให้กับทหารเรือที่เสียชีวิตในสงครามบ่อยครั้ง ซึ่งในปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ถือเป็นอาคารสไตล์บาโรคที่สวยที่สุด และเหลือเพียงแห่งเดียวเท่านั้นในรัสเซีย  …

Day 8 Peterhof, Peter and Paul Fortress & Fabergé Museum

หลังจากตื่นเช้ามาและพบว่าอากาศดี ทำให้คุณแม่ตัดสินใจขอกลับไปแก้มือที่ Peterhof อีกรอบ ถ้ายังจำได้ วันก่อน (วันแรกที่ถึงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) เราได้เข้าไปดูห้องจัดแสดงด้านใน Grand Palace เรียบร้อย แต่พ่ายแพ้ต่อพายุหิมะ ทำให้ไม่ได้สำรวจภูมิทัศน์ด้านนอกที่เค้าว่ากันว่าสวยนักหนา แล้วไหนจะน้ำพุที่เป็นสัญลักษณ์ของ Peterhof ที่เรายังไม่ได้มีโอกาสถ่ายรูป สำหรับแม่แล้ว การไม่ได้ถ่ายรูปไฮไลท์ของสถานที่นั้นๆ แปลว่าเรายังมาไม่ถึง (หรือเพื่อนแม่ยังมาไม่ถึงนั่นเอง) ที่สำคัญที่เรายอมกลับมาอีกรอบ เพราะจำได้ว่าร้านหนังสือที่นี่ดีมาก อยากกลับมาซื้อหนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับผู้ปกครองประเทศรัสเซีย ตอนนั้นมองข้ามไปเพราะคิดว่าคงขี้เกียจจนไม่ได้อ่าน แต่ถ้าไม่มีหนังสือเล่มที่ซื้อมานี้ คงจะไม่มีข้อมูลที่ใช้เขียนโพสทั้งหมดให้ได้อ่านกันแน่ๆ ต้องขอบคุณแม่ที่อุตส่าห์กลับมาอีกรอบ และขอแนะนำว่า หากไปเที่ยวที่ไหนแล้วอยากได้ของที่ระลึกของสถานที่นั้นๆ เก็บไว้ ซื้อเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง เพราะอาจจะไม่โชคดีได้มีเวลาตามกลับมาเก็บอีกแล้ว   Lomo LC-A with Fuji film 200   มีเรื่องตลกแต่เป็นความจริงเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กคือ ใน 1 ปีจะมีวันที่อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใสอยู่แค่ประมาณ 62 วันเท่านั้น พอรู้อย่างนี้แล้วก็ไม่ค่อยเสียใจเท่าไหร่ที่ไม่ได้เห็นน้ำพุเปิด เพราะก็คงเหมือนกับนักท่องเที่ยวส่วนมากที่ต้องเจอชะตากรรมเดียวกัน ความพิเศษของน้ำพุซึ่งเป็นที่เชิดหน้าชูตาของที่นี่ คือการใช้นวัตกรรมธรรมชาติ กล่าวคือ กลไกการเปิดน้ำพุนั้นไม่มีการใช้ระบบปั๊มในการฉีดน้ำแม้แต่น้อย หากแต่เป็นการออกแบบโดยอาศัยกฎแรงดึงดูดของโลก…

Day 7 Catherine Palace, Chesme Church & Smolny Cathedral

โพสก่อนหน้าเนื้อหาค่อนข้างหนักและเน้นไปทางประวัติศาสตร์ซะมาก อาจทำให้น่าเบื่อไปบ้างแต่ความจริงเราว่าประวัติศาสตร์ถือเป็นจุดขายหนึ่งของประเทศรัสเซียเลย และในปี 2017 นี้ยังเป็นการครบรอบ 100 ปีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองด้วย ในระยะเวลาเพียง 100 ปีนี้ไม่อาจทำให้ร่องรอยของอดีตจางหายไปได้มากนัก เห็นได้จากเรื่องราวของสมาชิกในราชวงศ์นั้นยังคงเป็นจุดขายที่ซ่อนอยู่ในทุกๆ สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำของรัสเซีย   Pentax MX with Agfa Vista 400   วันนี้เราเดินทางออกนอกเมืองมายัง Pushkin (ในอดีตชื่อเมือง Tsarskoye Selo) อันเป็นที่ตั้งของพระราชวัง Catherine Palace ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์ที่ 1 โดยตั้งชื่อตามพระราชินีของพระองค์ พระนางแคทเธอรีนที่ 1 โดยทั้งสองมีพระราชธิดานามว่า พระนางอลิซาเบธ ผู้ซึ่งในภายหลังได้ทำการตกแต่งและปรับปรุงพระราชวังแห่งนี้ให้ยิ่งใหญ่และงดงาม การเดินทางมาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กก็ไม่ยาก แต่ต้องไปขึ้นรถบัสที่อยู่ด้านหลังรูปปั้นเลนิน ซึ่งรูปปั้นที่ว่าตั้งอยู่ใกล้กับเมโทรป้าย Moskovskaya สายสีฟ้า เมื่อถึงแล้วให้เดินตามคำว่า Leninsky ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าออกตามทางที่ชี้ไป Leninsky เลยจะกลายเป็นฝั่งตรงข้าม ฉะนั้นให้ออกทางออกที่ถึงก่อนหน้าจะโผล่ขึ้นมาเจอรูปปั้นพอดี และเมื่อเดินไปด้านหลังจะเจอคิวรถตู้กับรถบัสมากมายจอดรออยู่ ไม่ต้องกลัวหลง เพราะคนขับจะถามทันทีว่า Pushkin? ถ้าไม่แน่ใจจะถามว่า Cathrine Palace…

Day 6 Church of Savior on the Spilled Blood, Hermitage Museum & St. Isaac’s Cathedral

เช้าวันนี้ยังคงเห็นร่องรอยของพายุหิมะเมื่อวาน สีขาวๆ ของหิมะช่างตัดกันดีกับสีสันของตึกและอาคารในกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เท้าความกันสักนิด เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแห่งนี้เกิดขึ้นจากความต้องการส่วนพระองค์ของพระเจ้าปีเตอร์ที่ 1 ที่ต้องการจะสร้างเมืองที่แสดงออกถึงอำนาจของรัสเซีย และเป็นประตูเปิดสู่ความศิวิไลซ์อย่างประเทศทางฝั่งยุโรป โดยพระองค์ได้ย้ายเมืองหลวงจากกรุงมอสโกมายังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในปี 1724 โดยในการสร้างเมืองครั้งนั้นสูญเสียคนงานไปจำนวนมาก ทั้งจากโรคภัยและอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่ทำให้ความตั้งใจของพระเจ้าปีเตอร์ที่ 1 ลดลง พระองค์ยังคงเดินหน้าพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยการนำช่างฝีมือจากฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน และสวิตเซอร์แลนด์ มาออกแบบเพื่อสร้างมหาวิหารและพระราชวังที่งดงามหลายแห่ง ตลอดรัชสมัยพระองค์ได้นำพารัสเซียให้เป็นที่รู้จักและได้รับการเถลิงพระเกียรติเป็น พระเจ้าปีเตอร์มหาราช ในที่สุด   Pentax MX with Fuji color 100   สถานที่แรกที่เรามาในวันนี้คือ Church of Savior on the Spilled Blood หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า The Resurrection of Christ Church คนไทยเรียกกันสั้นๆ ว่า โบสถ์หยดเลือด สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 เพื่อเป็นเกียรติแก่พระราชบิดาของพระองค์ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ในเหตุการณ์ที่พระองค์ถูกลอบปลงพระชนม์ในบริเวณนี้จากการปาระเบิดของกลุ่มปฏิวัติ ภายในโบสถ์มีการกั้นบริเวณที่เกิดเหตุให้ชมด้วย ภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมรูปโดมหัวหอม…

Day 5 Hello St. Petersburg!

*ภาพถ่ายในโพสนี้ไม่ใช่รูปจากกล้องฟิล์ม เนื่องจากในวันนั้นหิมะตกอย่างหนัก อากาศหนาวมาก จึงไม่สามารถหยิบกล้องออกมาถ่ายได้ ส่วนมากเป็นภาพจากไอโฟน 7 และกล้องดิจิตอลสลับกันไปค่ะ   เช้ามาลืมตาตื่นขึ้นบนรถไฟที่กำลังเคลื่อนเข้าใกล้เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เป็นการนอนบนรถไฟครั้งแรกที่สบายสุดๆ ถึงแม้อากาศจะหนาวไปนิด แต่ด้วยบรรยากาศโดยรวมแล้วก็ทำให้ลืมเรื่องนั้นไปเลย เพราะเมื่อเปิดม่านหน้าต่างออก ก็พบว่าเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกำลังต้อนรับเราด้วยหิมะละอองเล็กๆ ซึ่งก็ตรงกับพยากรณ์อากาศที่บอกว่าต่อจากนี้จะมีหิมะตกเกือบทุกวัน  คิดในใจว่าชักจะไม่สนุกแล้วสิ ถ้าหิมะตกทุกวันเราจะได้ออกไปเที่ยวตามแพลนที่วางไว้ไหม     ก่อนที่จะหลับไปเมื่อคืนพนักงานประจำโบกี้ได้เดินเข้ามาแจ้งว่า อาหารเช้าจะเสิร์ฟที่ห้องในเวลา 7 โมงตรงก่อนรถไฟจะถึงชานชาลาประมาณ 50 นาที แต่ในความเป็นจริงอาหารมาเสิร์ฟช้ากว่าที่บอกมาก ทำให้เราเกือบเก็บของไม่ทัน เริ่มต้นอาจจะตะกุกตะกักเล็กน้อย แต่ก็ถึงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กโดยสวัสดิภาพ     แพลนวันแรกของเราคือเมื่อ check-in ที่พักเรียบร้อย ก็จะออกเดินทางไปเที่ยว Peterhof หรือที่รู้จักกันว่าเป็นพระราชวังฤดูร้อน ที่มีพื้นที่กว้างขวาง มีการประดับตกแต่งทั่วทั้งบริเวณไม่ว่าจะเป็นอาคารหรือสวนสวย และน้ำพุที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ซึ่งทั้งหมดนั้นจะเกิดขึ้นในฤดูร้อนซึ่งเป็นช่วงอากาศดี high season ของรัสเซีย แต่เมื่อเรามาในปลายฤดูหนาว พระราชวัง Peterhof เลยต้อนรับเราด้วยพายุหิมะแทน การเดินทางไปไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย เพราะไม่มีรถไฟใต้ดินไปถึง ต้องนั่งรถต่อไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งรถที่ไปก็มีให้เลือกหลายประเภท ทั้งรถตู้และรถบัสแต่แนะนำให้ไปรถตู้ เพราะวันแรกที่ไปเราเลือกนั่งบัสซึ่งใช้เวลานานกว่าที่คิดมาก กว่าจะถึงใช้เวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมง     พอไปถึงก็ยังเจอกับหิมะที่ตกมาตลอดทาง แต่ยังพอเดินถ่ายรูปเล่นได้อยู่…

Moscow Metro Hunting!

On my last day in Moscow, I spent that afternoon by hopping through metro stations. Here are some of recommended beautiful ones. Most of them located in brown lines, which run by circle. There are also a few in navy blue and the rest in other lines. Enjoy!   Brown line   Kievskaya   Belorusskaya…

Day 4 Novodevichy & Izmailovsky market

วันสุดท้ายในเมืองมอสโก มาต่อกันที่อารามชี Novodevichy ที่เมื่อวานหลงเชื่อ Google ว่าที่นี่ปิดหนึ่งทุ่ม เลยแวะมาแล้วหนึ่งรอบ แต่ก็ต้องอกหักเพราะปิดไปแล้วตั้งแต่ห้าโมงเย็น ที่รีบอยากมาตั้งแต่เมื่อวานเพราะวันนี้ตามพยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตก ซึ่งจากประสบการณ์ก็จะค่อนข้างเชื่อถือพยากรณ์อากาศทางฝั่งยุโรปมากอยู่ และก็จึงอย่างว่า ฝนเทลงมาแต่เช้าทำให้เราต้องเข้ามาหาที่หลบฝนกันในห้องนิทรรศการ   Pentax MX with Fuji color 100   ที่นี่มีการจัดแสดงเรื่องราวทางศาสนาและภาพ Icon ตอนแรกไม่เข้าใจว่าภาพ Icon คืออะไร แต่ไปที่โบสถ์ไหนๆ ก็มักจะพูดถึงเสมอ จนมารู้ว่าภาพ Icon คือภาพสำคัญทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็นภาพพระแม่มารีอุ้มบุตร หรือภาพที่บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ซึ่งผู้ที่นับถือนิกายออร์โธด็อกซ์นั้นให้ความเคารพเป็นอย่างมาก ในห้องนิทรรศการของอารามชีแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยภาพที่ว่าในลายเส้นต่างๆ ของแต่ละศิลปิน ซึ่งไม่เพียงแต่จำกัดอยู่บนภาพจิตรกรรมเท่านั้น บางครั้งยังมีการตกแต่งประดับ และใช้เทคนิคการทำเครื่องประดับเข้ามาร่วมด้วย ขึ้นอยู่กับศรัทธาและความสามารถของศิลปินท่านนั้นๆ   Pentax MX with Fuji color 100   อารามชีแห่งนี้มีเรื่องเล่าที่ว่า ในสมัยก่อนการขึ้นครองราชย์ของพระเจ้าปีเตอร์ที่ 1 มหาราชเกิดการแย่งชิงราชสมบัติกันระหว่างพี่น้อง โดยในตอนนั้นมีการขึ้นครองราชย์พร้อมกันถึง 3 พระองค์ ได้แก่…

Day 3 Tsaritsyno & Kolomenskoye

เริ่มต้นวันด้วยการเดินทางไป Museum-Reserve Tsaritsyno (ไม่เข้าใจคำว่า museum-reserve ข้างหน้าเหมือนกัน) รู้แต่ว่าในสมัยพระนางแคทเธอรีนที่ 2 ได้ตั้งใจสร้างที่นี่ขึ้นเพื่อใช้เป็นพระราชวัง แต่พระนางสิ้นประชนม์เสียก่อน ทำให้การก่อสร้างสะดุดลงและถูกปล่อยทิ้งร้างไว้อย่างนั้น ทำให้สถานที่นี้ไม่เคยถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าเชื้อพระวงศ์จริงๆ เลย จนกระทั่งในปี 2005-2007 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินได้สั่งให้มีการฟื้นฟูอาคารเก่าแก่หลายแห่ง ที่นี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น ได้รับการบูรณะและจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นในที่สุด โดยจัดแสดงนิทรรศการเพื่อบอกเล่าความเป็นมาของสถานที่ รวมถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อครั้งยังมีการปกครองระบอบพระมหากษัตริย์อยู่   Pentax MX with Kodak color plus 200   ถ้าใครได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของประเทศรัสเซีย มีความรู้และสามารถไล่ลำดับซาร์และซาริน่าของรัสเซียได้ จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการเที่ยวได้อีกมาก เพราะสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่นั้น ไม่มากก็น้อยในอดีตต้องเคยเป็นที่พักอาศัยของบรรดาเชื้อพระวงศ์มาก่อน การที่เรามีความรู้เรื่องเหตุการณ์หรือความสัมพันธ์ในอดีต จะช่วยให้เราเข้าใจ สนุกและอินไปกับสถานที่นั้นๆ ได้ดียิ่งขึ้น ความยากคือชื่อของซาร์และซาริน่าแต่ละพระองค์นั้นซ้ำกันเต็มไปหมด เช่น พระเจ้าปีเตอร์ ก็ดันมีปีเตอร์หลายพระองค์ เช่น ปีเตอร์ที่ 1 หรือปีเตอร์ที่ 2 ซึ่งดันมีพระชายาชื่อพระนางแคทเธอรีนเหมือนกันอีก หรือพระเจ้า Alexander ก็อภิเษกสมรสกับพระราชินีชื่อ Maria เหมือนกันตั้งสองคู่ สร้างความสับสนว่าตกลงใครเป็นใครกันแน่ วังนี้หรือวังนั้นสร้างขึ้นในสมัยของใคร แต่ถ้าไล่ลำดับได้เมื่อไหร่…