Baan Pa Toom-Pa Tai Museum | Sakon Series 02

“Baan Pa Toom-Pa Tai” Museum is founded on the purpose to preserve the local wisdom in the Thai traditional textiles and the historical story between the Thai royal family and members of The SUPPORT Foundation. The museum is located at “Baan Nong Khae” village in Sakon Nakhon, one of the provinces in Northeastern Thailand. I…

Explore Sakon | Sakon Series 01

Sakon Nakhon is one of the provinces in the northeastern part of Thailand. Recently it has been famous for the culture of ‘Indigo’ or in Thai ‘Kram’. For years that a younger generation of Sakon Nakhon has gathered to move their province forward and make a change on the image. I have visited Sakon Nakhon…

Autumn in my Seoul

If you knew me since I was studying in the university, you would have known that I was in South Korea as an exchange student in 2011. In Seoul, I had a beautiful and memorable time at Kookmin University, for almost 3 months, that I had been practising a skill of jewellery making in a…

Vivid Taiwan

บันทึกการเดินทางไปประเทศไต้หวันครั้งแรก การเดินทางในครั้งนี้เป็นรางวัลที่ได้จากการประกวดออกแบบในโครงการ “ผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย” นอกจากจะได้เงินรางวัลแล้ว ยังได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ประเทศไต้หวันเป็นเวลา 5 วันด้วย ส่วนตัวเราไม่เคยไปไต้หวันมาก่อน แต่จากคำบอกเล่าของใครหลายคน ไต้หวันเป็นประเทศที่พูดภาษาจีน ผู้คนอพยพมาจากประเทศจีน แต่มีความนอบน้อมเป็นระเบียบแบบญี่ปุ่น ทำให้สีสันและลักษณะของงานออกแบบที่เห็นค่อนข้างจัดจ้าน แต่แฝงไปด้วยความน่ารักกุ๊กกิ๊กแบบเด็กๆ หนึ่งในสถานที่ที่ประทับใจที่สุดคือหมู่บ้านสายรุ้ง หรือ Rainbow Village ที่เมืองไถจง ตามคำบอกเล่าของพี่ไกด์ สถานที่แห่งนี้คือหมู่บ้านเก่าของเหล่าทหารผ่านศึก ซึ่งในอดีตรัฐบาลไต้หวันได้สร้างหมู่บ้านชั้นเดียวให้เป็นที่พักของเหล่าทหารกล้าได้อาศัยอยู่ร่วมกัน แต่หลังจากนั้นเริ่มเล็งเห็นมูลค่าเพิ่มของพื้นที่โดยรอบ จึงต้องการรื้อถอนและสร้างเป็นสิ่งปลูกสร้างอื่นที่ทำเงินได้ ในขณะที่กำลังเกิดการรื้อถอนขึ้น ได้มีนายทหารเก่าคนหนึ่งชื่อคุณลุง Huang Yung-fu ได้เริ่มต้นขีดเขียนและวาดรูปลงบนผนังบ้านพักของตนเอง เป็นลวดลายน่ารัก สีสันสดใส กลายเป็นที่ถูกใจของคนในหมู่บ้าน จึงเห็นดีเห็นงามและอนุญาตให้คุณลุงวาดฝาผนังบ้านของตนเองด้วย จนกระทั่งนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปะละแวกนั้นได้มาพบเข้า จึงเกิดการบอกต่อๆ กันไป ไม่ว่าจะเป็นปากต่อปากหรือการใช้ Social Media ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และเกิดการรวมกลุ่มกันเพื่อปกป้องให้หมู่บ้านแห่งนี้ได้คงอยู่ต่อไป จนรัฐบาลได้ออกมาประกาศยกเลิกการรื้อถอน และได้ประกาศให้หมู่บ้านสายรุ้งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน โดยตัวคุณลุง Huang Yung-Fu ก็ยังอาศัยอยู่ในบริเวณหมู่บ้านนี้ ซึ่งปัจจุบันมีอายุถึง 97 ปีแล้ว! คุณลุงนั้นเรียกว่าเป็นมาสคอตของที่นี่ก็ว่าได้ เพราะเป็นคนวาดรูปทั้งหมด และยังปกป้องให้หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ถูกทำลายลงไป จึงไม่น่าแปลกใจที่แขกไปใครมาจะต้องขอถ่ายรูปกับคุณลุง…

007 : Fabergé Museum

A small museum, ready to be discovered. Russia has been one of my always-wanted-to-go countries ever since I was young, because of several funny reasons like the Lomo Camera was invented here, and Russia was the originated place of the animation ‘Anastasia’ in 1997. I love this film so much that I could say it…

Brief History of the last Romanov Monarch through Fabergé Imperial Easter eggs

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ปลายราชวงศ์โรมานอฟฉบับย่อ ผ่านงานช่างทองหลวงฟาบาร์เช่   ปฏิกริยาจากคนทั่วไปเมื่อพูดถึงประเทศรัสเซียนั้นมักแสดงออกในเชิงลบเสมอ เพราะไม่ว่าจะเป็นโศกนาฏกรรมของราชวงศ์โรมานอฟ สงครามการเมือง การก่อตั้งและการล่มสลายของสหภาพโซเวียต หรือกระทั่งฤดูหนาวอันโหดร้ายได้กลายเป็นภาพจำของประเทศไปเสียแล้ว จึงไม่แปลกที่เมื่อพูดถึงรัสเซียจะต้องต่อด้วยสมญานาม “ดินแดนหลังม่านเหล็ก” เสมอ เพราะนั่นอาจเป็นเพียงด้านเดียวที่คนทั่วไปรู้จักเมื่อพูดถึงประเทศอันกว้างใหญ่นี้ แต่ในทางกลับกัน ก่อนหน้าการปฏิรูปการปกครอง ย้อนไปในสมัยที่รัสเซียยังเรืองรองด้วยอำนาจขององค์จักรพรรดิ์ นอกเหนือจากความสามารถในการบริหารจัดการประเทศแล้ว ซาร์และซาริน่าแต่ละพระองค์ต่างมีรสนิยมในการเลือกสรรศิลปวัตถุต่างๆ มาไว้ครอบครอง โดยในภายหลังรัฐบาลได้เก็บรวบรวมไว้ด้วยกันแล้วเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้สาธารณชนเข้าชม ซึ่งนอกจากคุณค่าในแง่ความสวยงามเหนือกาลเวลาแล้ว ผลงานศิลปะเหล่านี้ยังทำหน้าที่บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานั้นๆ ไว้อีกด้วย และหนึ่งในศิลปวัตถุที่ผ่านการรับสั่งโดยตรงจากประมุขของรัสเซีย รังสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมือชาวรัสเซีย เพื่อมอบให้แก่สมเด็จพระราชินีรัสเซียในขณะนั้น เรากำลังพูดถึง Fabergé Imperial Easter eggs หรือไข่ฟาบาร์เช่ ที่ปรากฏขึ้นครั้งแรกในช่วงการปกครองของพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 หรือเมื่อประมาณหนึ่งร้อยกว่าปีก่อน ถ้าเทียบช่วงเวลาเดียวกันในประเทศไทยนั้นอยู่ในรัชสมัยของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5   ในภาพเป็นเหตุการณ์ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาธประเทศรัสเซีย ซึ่งประมุขในขณะนั้นคือพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2   ความพิเศษของไข่ฟาบาร์เช่เริ่มต้นในเทศกาลอีสเตอร์ปี 1885 เมื่อพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 ได้รับสั่งให้ห้างทองของนายปีเตอร์ คาร์ล ฟาบาร์เช่ ออกแบบและจัดทำของขวัญเพื่อมอบให้กับสมเด็จพระราชินี โดยปูมหลังของซาริน่ามาเรีย ฟีโอโดรอฟน่านั้นเป็นเจ้าหญิงจากประเทศเดนมาร์ก ฟาบาร์เช่จึงออกแบบของขวัญดังกล่าวให้มีลักษณะใกล้เคียงกับสิ่งที่พระองค์คุ้นเคย ของที่ว่านี้คือกล่องใส่เครื่องประดับของพระองค์ในวัยเยาว์…

Day 9 around and about St. Petersburg

วันเกือบสุดท้ายในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ถือว่าเราเก็บสถานที่สำคัญๆ ได้เกือบครบ เหลือไม่กี่แห่งที่รู้สึกว่าไปก็ได้ไม่ไปก็ได้ แต่เมื่อมีวันเหลือคุณแม่ก็บอกว่าไปเถอะ เอาให้คุ้ม ความเดิมจากที่เราได้หนังสือ The Rulers of Russia มาจาก Peterhof แม่ก็ได้หนังสือ Saint Petersburg and its environs มาเช่นกัน ซึ่งภายในเล่มรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พร้อมรูปประกอบสีสวย เป็นเหตุผลให้แม่ซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึก และสถานที่ที่เราจะไปในวันนี้ ก็เกิดจากคุณแม่จิ้มเอาจากหนังสือเล่มนี้แหละ ไม่ได้แพลนกันมาตั้งแต่ต้น   St. Nicholas Naval Cathedral   โบสถ์ St. Nicholas มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าโบสถ์กะลาสีเรือ ซึ่งมีที่มาจากพื้นที่ตรงนี้เชื่อมต่อกับแม่น้ำ Moika และแม่น้ำ Fontanka โดยตั้งแต่สมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชนั้น กะลาสีเรือได้เริ่มเข้ามาอาศัยในบริเวณนี้ และเริ่มก่อสร้างสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขึ้น ซึ่งในสมัยนั้นยังใช้ไม้เป็นวัตถุดิบหลัก จนกระทั่งในสมัยพระนางอลิซาเบธได้สั่งให้มีการก่อสร้างโบสถ์โดยใช้หินขึ้นแทนที่ โดยก่อนหน้านั้นต้องยกพื้นดินให้สูงขึ้นอีก 2 เมตรเพื่อป้องกันน้ำท่วม การก่อสร้างดำเนินเรื่อยมาจนกระทั่งรัชสมัยของพระนางแคทเธอรีนที่ 2 ได้มีการประกาศให้เป็นโบสถ์ของกองทัพเรืออย่างเป็นทางการ โดยภายในโบสถ์มีการทำพิธีให้กับทหารเรือที่เสียชีวิตในสงครามบ่อยครั้ง ซึ่งในปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ถือเป็นอาคารสไตล์บาโรคที่สวยที่สุด และเหลือเพียงแห่งเดียวเท่านั้นในรัสเซีย  …

Day 8 Peterhof, Peter and Paul Fortress & Fabergé Museum

หลังจากตื่นเช้ามาและพบว่าอากาศดี ทำให้คุณแม่ตัดสินใจขอกลับไปแก้มือที่ Peterhof อีกรอบ ถ้ายังจำได้ วันก่อน (วันแรกที่ถึงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) เราได้เข้าไปดูห้องจัดแสดงด้านใน Grand Palace เรียบร้อย แต่พ่ายแพ้ต่อพายุหิมะ ทำให้ไม่ได้สำรวจภูมิทัศน์ด้านนอกที่เค้าว่ากันว่าสวยนักหนา แล้วไหนจะน้ำพุที่เป็นสัญลักษณ์ของ Peterhof ที่เรายังไม่ได้มีโอกาสถ่ายรูป สำหรับแม่แล้ว การไม่ได้ถ่ายรูปไฮไลท์ของสถานที่นั้นๆ แปลว่าเรายังมาไม่ถึง (หรือเพื่อนแม่ยังมาไม่ถึงนั่นเอง) ที่สำคัญที่เรายอมกลับมาอีกรอบ เพราะจำได้ว่าร้านหนังสือที่นี่ดีมาก อยากกลับมาซื้อหนังสือประวัติศาสตร์เกี่ยวกับผู้ปกครองประเทศรัสเซีย ตอนนั้นมองข้ามไปเพราะคิดว่าคงขี้เกียจจนไม่ได้อ่าน แต่ถ้าไม่มีหนังสือเล่มที่ซื้อมานี้ คงจะไม่มีข้อมูลที่ใช้เขียนโพสทั้งหมดให้ได้อ่านกันแน่ๆ ต้องขอบคุณแม่ที่อุตส่าห์กลับมาอีกรอบ และขอแนะนำว่า หากไปเที่ยวที่ไหนแล้วอยากได้ของที่ระลึกของสถานที่นั้นๆ เก็บไว้ ซื้อเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง เพราะอาจจะไม่โชคดีได้มีเวลาตามกลับมาเก็บอีกแล้ว   Lomo LC-A with Fuji film 200   มีเรื่องตลกแต่เป็นความจริงเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กคือ ใน 1 ปีจะมีวันที่อากาศดี ท้องฟ้าแจ่มใสอยู่แค่ประมาณ 62 วันเท่านั้น พอรู้อย่างนี้แล้วก็ไม่ค่อยเสียใจเท่าไหร่ที่ไม่ได้เห็นน้ำพุเปิด เพราะก็คงเหมือนกับนักท่องเที่ยวส่วนมากที่ต้องเจอชะตากรรมเดียวกัน ความพิเศษของน้ำพุซึ่งเป็นที่เชิดหน้าชูตาของที่นี่ คือการใช้นวัตกรรมธรรมชาติ กล่าวคือ กลไกการเปิดน้ำพุนั้นไม่มีการใช้ระบบปั๊มในการฉีดน้ำแม้แต่น้อย หากแต่เป็นการออกแบบโดยอาศัยกฎแรงดึงดูดของโลก…

Day 7 Catherine Palace, Chesme Church & Smolny Cathedral

โพสก่อนหน้าเนื้อหาค่อนข้างหนักและเน้นไปทางประวัติศาสตร์ซะมาก อาจทำให้น่าเบื่อไปบ้างแต่ความจริงเราว่าประวัติศาสตร์ถือเป็นจุดขายหนึ่งของประเทศรัสเซียเลย และในปี 2017 นี้ยังเป็นการครบรอบ 100 ปีการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองด้วย ในระยะเวลาเพียง 100 ปีนี้ไม่อาจทำให้ร่องรอยของอดีตจางหายไปได้มากนัก เห็นได้จากเรื่องราวของสมาชิกในราชวงศ์นั้นยังคงเป็นจุดขายที่ซ่อนอยู่ในทุกๆ สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำของรัสเซีย   Pentax MX with Agfa Vista 400   วันนี้เราเดินทางออกนอกเมืองมายัง Pushkin (ในอดีตชื่อเมือง Tsarskoye Selo) อันเป็นที่ตั้งของพระราชวัง Catherine Palace ที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปีเตอร์ที่ 1 โดยตั้งชื่อตามพระราชินีของพระองค์ พระนางแคทเธอรีนที่ 1 โดยทั้งสองมีพระราชธิดานามว่า พระนางอลิซาเบธ ผู้ซึ่งในภายหลังได้ทำการตกแต่งและปรับปรุงพระราชวังแห่งนี้ให้ยิ่งใหญ่และงดงาม การเดินทางมาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กก็ไม่ยาก แต่ต้องไปขึ้นรถบัสที่อยู่ด้านหลังรูปปั้นเลนิน ซึ่งรูปปั้นที่ว่าตั้งอยู่ใกล้กับเมโทรป้าย Moskovskaya สายสีฟ้า เมื่อถึงแล้วให้เดินตามคำว่า Leninsky ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าออกตามทางที่ชี้ไป Leninsky เลยจะกลายเป็นฝั่งตรงข้าม ฉะนั้นให้ออกทางออกที่ถึงก่อนหน้าจะโผล่ขึ้นมาเจอรูปปั้นพอดี และเมื่อเดินไปด้านหลังจะเจอคิวรถตู้กับรถบัสมากมายจอดรออยู่ ไม่ต้องกลัวหลง เพราะคนขับจะถามทันทีว่า Pushkin? ถ้าไม่แน่ใจจะถามว่า Cathrine Palace…

Day 6 Church of Savior on the Spilled Blood, Hermitage Museum & St. Isaac’s Cathedral

เช้าวันนี้ยังคงเห็นร่องรอยของพายุหิมะเมื่อวาน สีขาวๆ ของหิมะช่างตัดกันดีกับสีสันของตึกและอาคารในกรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เท้าความกันสักนิด เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแห่งนี้เกิดขึ้นจากความต้องการส่วนพระองค์ของพระเจ้าปีเตอร์ที่ 1 ที่ต้องการจะสร้างเมืองที่แสดงออกถึงอำนาจของรัสเซีย และเป็นประตูเปิดสู่ความศิวิไลซ์อย่างประเทศทางฝั่งยุโรป โดยพระองค์ได้ย้ายเมืองหลวงจากกรุงมอสโกมายังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในปี 1724 โดยในการสร้างเมืองครั้งนั้นสูญเสียคนงานไปจำนวนมาก ทั้งจากโรคภัยและอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่ทำให้ความตั้งใจของพระเจ้าปีเตอร์ที่ 1 ลดลง พระองค์ยังคงเดินหน้าพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยการนำช่างฝีมือจากฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน และสวิตเซอร์แลนด์ มาออกแบบเพื่อสร้างมหาวิหารและพระราชวังที่งดงามหลายแห่ง ตลอดรัชสมัยพระองค์ได้นำพารัสเซียให้เป็นที่รู้จักและได้รับการเถลิงพระเกียรติเป็น พระเจ้าปีเตอร์มหาราช ในที่สุด   Pentax MX with Fuji color 100   สถานที่แรกที่เรามาในวันนี้คือ Church of Savior on the Spilled Blood หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า The Resurrection of Christ Church คนไทยเรียกกันสั้นๆ ว่า โบสถ์หยดเลือด สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 เพื่อเป็นเกียรติแก่พระราชบิดาของพระองค์ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ในเหตุการณ์ที่พระองค์ถูกลอบปลงพระชนม์ในบริเวณนี้จากการปาระเบิดของกลุ่มปฏิวัติ ภายในโบสถ์มีการกั้นบริเวณที่เกิดเหตุให้ชมด้วย ภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมรูปโดมหัวหอม…

Day 5 Hello St. Petersburg!

*ภาพถ่ายในโพสนี้ไม่ใช่รูปจากกล้องฟิล์ม เนื่องจากในวันนั้นหิมะตกอย่างหนัก อากาศหนาวมาก จึงไม่สามารถหยิบกล้องออกมาถ่ายได้ ส่วนมากเป็นภาพจากไอโฟน 7 และกล้องดิจิตอลสลับกันไปค่ะ   เช้ามาลืมตาตื่นขึ้นบนรถไฟที่กำลังเคลื่อนเข้าใกล้เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เป็นการนอนบนรถไฟครั้งแรกที่สบายสุดๆ ถึงแม้อากาศจะหนาวไปนิด แต่ด้วยบรรยากาศโดยรวมแล้วก็ทำให้ลืมเรื่องนั้นไปเลย เพราะเมื่อเปิดม่านหน้าต่างออก ก็พบว่าเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กกำลังต้อนรับเราด้วยหิมะละอองเล็กๆ ซึ่งก็ตรงกับพยากรณ์อากาศที่บอกว่าต่อจากนี้จะมีหิมะตกเกือบทุกวัน  คิดในใจว่าชักจะไม่สนุกแล้วสิ ถ้าหิมะตกทุกวันเราจะได้ออกไปเที่ยวตามแพลนที่วางไว้ไหม     ก่อนที่จะหลับไปเมื่อคืนพนักงานประจำโบกี้ได้เดินเข้ามาแจ้งว่า อาหารเช้าจะเสิร์ฟที่ห้องในเวลา 7 โมงตรงก่อนรถไฟจะถึงชานชาลาประมาณ 50 นาที แต่ในความเป็นจริงอาหารมาเสิร์ฟช้ากว่าที่บอกมาก ทำให้เราเกือบเก็บของไม่ทัน เริ่มต้นอาจจะตะกุกตะกักเล็กน้อย แต่ก็ถึงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กโดยสวัสดิภาพ     แพลนวันแรกของเราคือเมื่อ check-in ที่พักเรียบร้อย ก็จะออกเดินทางไปเที่ยว Peterhof หรือที่รู้จักกันว่าเป็นพระราชวังฤดูร้อน ที่มีพื้นที่กว้างขวาง มีการประดับตกแต่งทั่วทั้งบริเวณไม่ว่าจะเป็นอาคารหรือสวนสวย และน้ำพุที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ซึ่งทั้งหมดนั้นจะเกิดขึ้นในฤดูร้อนซึ่งเป็นช่วงอากาศดี high season ของรัสเซีย แต่เมื่อเรามาในปลายฤดูหนาว พระราชวัง Peterhof เลยต้อนรับเราด้วยพายุหิมะแทน การเดินทางไปไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย เพราะไม่มีรถไฟใต้ดินไปถึง ต้องนั่งรถต่อไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งรถที่ไปก็มีให้เลือกหลายประเภท ทั้งรถตู้และรถบัสแต่แนะนำให้ไปรถตู้ เพราะวันแรกที่ไปเราเลือกนั่งบัสซึ่งใช้เวลานานกว่าที่คิดมาก กว่าจะถึงใช้เวลาไปเกือบหนึ่งชั่วโมง     พอไปถึงก็ยังเจอกับหิมะที่ตกมาตลอดทาง แต่ยังพอเดินถ่ายรูปเล่นได้อยู่…

Moscow Metro Hunting!

On my last day in Moscow, I spent that afternoon by hopping through metro stations. Here are some of recommended beautiful ones. Most of them located in brown lines, which run by circle. There are also a few in navy blue and the rest in other lines. Enjoy!   Brown line   Kievskaya   Belorusskaya…