Mi mancherai, Milano #1 Zona Brera

Brera is one of the most beautiful area in Milan. Along the street, there are nice restaurants, cozy cafés and well-decorated window display of luxury brands. Only walking pass through these is such a joy, you can find a beautiful florist by day and a nice cocktail bar by night in the same place.

เบรร่า คือหนึ่งในย่านที่สวยที่สุดและน่าอยู่ที่สุดในมิลาน เพราะรายล้อมไปด้วยร้านรวงต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ร้านอาหารสุดหรูในราคาที่จับต้องได้ บรรยากาศดี และรสชาติอร่อย ร้านกาแฟสุดน่ารัก ที่หอมกลิ่นกาแฟและครัวซองก์มาแต่ไกล พร้อมกับบาริสต้าอารมณ์ดีที่คอยต้อนรับลูกค้า และร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังที่ต่างแข่งขันกันจัดหน้าร้านให้โดดเด่นที่สุด แค่เดินเที่ยวดูสองข้างถนนเพลินๆ ในเบรร่าก็อาจทำให้คุณเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

 

Montmartre Café

mi-photo1

Mi mancherai, Milano 001
Via Fiori Chiari 26, 20121 Milano

Number 1 café I would miss the most, Montmartre Café, is a nice café, wine bar and tabacco all in one. The office I’ve interned with is located around here, so I luckily had to walk pass and smell the brioche everyday. I had it very often and privately called it as my ‘1 euro Happiness’. Well, as someone said, if you started the day with joy, nothing could ruin the rest of your day.

 

เริ่มต้นด้วยร้านคาเฟ่สุดน่ารัก Montmartre Café (มงมาร์ตคาเฟ่) ที่เราต้องเดินผ่านทุกวันช่วงฝึกงาน ร้านนี้ขายขนมปัง กาแฟ ไวน์ และบริการอื่นๆ อีกด้วย ในอิตาลีคุณสามารถหาซื้อบุหรี่ หรือตั๋วรถโดยสารสาธารณะได้ตามร้านเหล่านี้ คำว่า tabacco (ตาบัคโค่) หรือสัญลักษณ์ตัว T หน้าร้านนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะไม่แน่ว่าวันหนึ่งคุณอาจจะต้องการแสตมป์สำหรับส่งโปสการ์ด เติมเงินโทรศัพท์มือถือ หรือเติมเงินบัตรโดยสารรายเดือน ซึ่งบางอย่างหาซื้อได้จากร้านเหล่านี้เท่านั้น ของเด็ดของร้านนี้อยู่ที่บริออช (ขนมปังหน้าตาคล้ายครัวซองก์) ที่หอมและอร่อยมาก กลิ่นหอมลอยออกจากร้านมาไกลทำให้เราอดใจไม่ไหวต้องอุดหนุนแทบทุกวัน เรียกว่าเป็นความสุขราคาหนึ่งยูโรที่ไม่ทำให้รู้สึกผิดมากนัก  :-)

 

 

La Ditta Casare Crespi

mi-photo2

Mi mancherai, Milano 002
Via Brera 28-A, 20121 Milano

This shop is the oldest stationary store, established in 1880. La Ditta Cesare Crespi is the one of its kind that everybody recommended. The location is perfect for art students because it stands right in front of the Academia di belle arti di Brera, one of the best art schools in Milan and in Italy. There is every kind of stationary you would ever think of, and the prices are cheaper than elsewhere. All the people in the shop look like real artists, so walking inside there is like being in one of the old films.

 

ร้านขายเครื่องเขียนสุดคลาสสิคที่เปิดมาตั้งแต่ค.ศ. 1880 ภายในร้าน La Ditta Cesare Crespi  (อ่านว่า ลา ดิตต้า เชซาเร่ เครสปี) นั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์สร้างสรรค์ผลงานศิลปะแทบทุกชนิด เพื่อนหรืออาจารย์ของเราเองก็แนะนำให้มาซื้ออุปกรณ์ที่ร้านนี้เช่นกัน และเนื่องจากตัวร้านตั้งอยู่หน้ามหาวิทยาลัยศิลปะชื่อดังของมิลาน Brera Academy ซึ่งโด่งดังทางด้าน Fine Arts จึงทำให้มีนักเรียนศิลปะสลับกันเดินเข้าออกเป็นเรื่องปกติ คุณลุงคุณป้าในร้านสามารถให้คำแนะนำได้อย่างคล่องแคล่ว และด้วยลุคที่ดูเหมือนจะเป็นศิลปินมากกว่าพนักงานขาย ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังแนวประวัติศาสตร์สักเรื่องมากกว่าร้านขายเครื่องเขียนโบราณ

 

 

Princi Bakery

mi-photo3

Mi mancherai, Milano 003
Via Ponte Vetero 10, 20121 Milano

Princi Bakery presents itself as a bakery, but it’s more like a restaurant. With the wide space within 3 floors that seems to be enough for everyone, but if you go at lunch time, you would be surprised that all the seats are full. Princi Bakery gave the modern-café feeling to me, because normally Italian cafés are rather like a family business. Few people working in the place and serving not so many menus. While Princi has a lot of menus that not only the general ones but the ones created in house.

 

ร้านเบเกอรี่ปรินชี่ นั้นออกตัวว่าเป็นร้านขายขนมปัง แต่สำหรับเรามองว่าเหมือนร้านอาหารมากกว่า ด้วยความเต็มรูปแบบของทั้งสถานที่ใหญ่โตกินพื้นที่ตึก 3 ชั้น และเมนูอาหารเครื่องดื่มที่มีให้เลือกหลากหลายมากมายกว่าร้านในลักษณะเดียวกัน โดยทั่วไปร้านรวงต่างๆ ในอิตาลีนั้นจะมีพ่อครัวเป็นเจ้าของร้าน ร้านอาหารแนว franchise นั้นมีน้อยมาก ถ้าไม่นับร้านอาหาร fast food ดังๆ อย่าง Mcdonalds ซึ่งก็ไม่ได้มีเกลื่อนทั่วไปเหมือนบ้านเรา ร้านอาหารส่วนมากเป็นการสืบทอดกิจการจากรุ่นสู่รุ่น ยังคงยึดสูตรดั้งเดิม ทำกันเองในครอบครัว ขายความจริงใจและเป็นกันเอง ซึ่งเป็นที่ยอมรับมากกว่าความเป็นระบบระเบียบตามฉบับร้านอาหารใหญ่ๆ ในประเทศอื่น

 

 

Orto Botanico di Brera

mi-photo4

Mi mancherai, Milano 004
Via Brera 28, 20121 Milano

Botanic Garden is the learning centre in the university of the town. In Milan, there is this Orto Botanico di Brera which is located inside the Academia di belle arti di Brera. It allows college students to experiment and study ecology. Moreover it also allows outsiders to use the place as the view to draw and paint.

 

ในยุโรปส่วนมากมหาวิทยาลัยประจำเมืองต่างๆ จะมีการสร้างสวนพฤกษชาติขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการศึกษาพันธุ์ไม้และเรียนรู้ระบบนิเวศวิทยา สำหรับมิลานนั้นสวนดังกล่าวตั้งอยู่ใจกลางมหาวิทยาลัยศิลปะเบรร่า นอกเหนือจากนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเองที่สามารถใช้พื้นที่ส่วนนี้เพื่อการศึกษาแล้วนั้น ทางมหาวิทยาลัยก็อนุญาตให้คนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ และยังสามารถใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนในการสร้างสรรค์งานศิลปะได้อีกด้วย อย่างเช่นการวาดภาพระบายสีน้ำตามดอกไม้และธรรมชาติต่างๆ ภายในสวน เป็นต้น

 

 

Fiori Chiari Plates

mi-photo5

Mi mancherai, Milano 005
Via Fiori Chiari 13, 20121 Milano

Fiori Chiari literally means the Pure Flower. As you can see this lovely café was decorated in the mood of feminine, painted in pastel colour and added the space with white furniture. In Milan, there is the meal we call ‘Aperitivo’ that normally takes place in evening. Aperitivo in Italian means appetizer, but it’s more like buffet. Some call it in English as Happy Hours.

 

คาเฟ่สุดหวานเอาใจสาวๆ ด้วยชื่อร้านยังแปลตรงตัวว่าดอกไม้บริสุทธิ์ เป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ที่ตกแต่งด้วยสไตล์เฟมินินสุดๆ ทั้งผนังสีพาสเทลและเฟอร์นิเจอร์สีขาวทั้งร้าน โดยในช่วงกลางวันร้านนี้จะขายกาแฟ เบเกอรี่ต่างๆ ส่วนช่วงเย็นจะแปลงร่างเป็นร้านอาหารแบบ Aperitivo (อะแปร์ริติโว่) หรือในภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Happy Hours เราไม่แน่ใจว่าที่เมืองอื่นมีร้านอาหารลักษณะนี้ไหม แต่สำหรับมิลานแล้วเป็นที่แพร่หลายและได้รับความนิยมจากคนหนุ่มสาวค่อนข้างมาก ระบบการสั่งอาหารแบบ Aperitivo คือทางร้านจะกำหนดราคาเครื่องดื่มแก้วแรกให้เท่ากันหมด ซึ่งมักจะแพงกว่าราคาปกติ (9 ยูโรคือราคามาตรฐาน) ไม่ว่าคุณจะสั่งอะไรก็ต้องจ่ายราคาเริ่มต้นเท่านี้ แต่คุณจะสามารถเดินตักอาหารในร้านเท่าไหร่ก็ได้ คล้ายๆ กับการกินบุฟเฟ่ต์บ้านเรา โดยส่วนมากคนอิตาเลียนจะมานั่งจิบๆ และทานอาหารนิดหน่อยก่อนไปต่อร้านอื่น ในขณะที่คนไทยยังเคยชินกับระบบบุฟเฟ่ต์และพร้อมจะกินให้คุ้มราคาที่สุดเท่าที่ทำได้

 

 

Amorino

mi-photo6

Mi mancherai, Milano 006
Via Fiori Chiari 9, 20121 Milano

Gelateria in Italian means ice-cream shop which you can see it every corner of every street. Amorino is one of the franchise gelaterias that expanded to other countries and it is very famous in France and UK. My friend from London once told me that they call it flower ice-cream because of its appearance.

 

อะมอริโน่ หรือในภาษาอิตาเลียนที่แปลว่าเทวดา ดังที่จะเห็นได้จากโลโก้ของร้าน คือร้านขายเจลาโต้หรือไอศกรีมชื่อดังที่มีหลายสาขาทั่วอิตาลี อีกทั้งยังขยายออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย เพื่อนเราคนหนึ่งที่ลอนดอนเคยบอกว่าที่ลอนดอนเรียกอะมอริโน่ว่าร้านไอศกรีมดอกไม้ มาจากรูปทรงของไอศกรีมที่เป็นเอกลักษณ์นั่นเอง และเช่นเดียวกันกับร้านอาหาร ร้านไอศกรีมในอิตาลีที่คนอิตาเลียนเองนิยมนั้น ส่วนมากจะเป็นร้านลักษณะ stand alone หรือเป็นร้านเดี่ยวๆ สืบทอดสูตรลับกันมาในตระกูล ดังนั้นหากคุณถามเพื่อนอิตาเลียนให้แนะนำร้านไอศกรีมที่อร่อยๆ ละก็ จะไม่ได้ยินชื่อร้านอะมอริโน่ หรือกรอม (Grom) ที่เป็นร้านลักษณะสาขาแน่นอน แต่จะเป็นร้านชื่ออ่านยากๆ และที่สำคัญหายากด้วยเช่นเดียวกัน

 

 

Gelateria Toldo

mi-photo7

Mi mancherai, Milano 007
Via Ponte Vetero 9, 20121 Milano

Another gelateria I would recommend to everyone who asks me where the best ice-cream shop in Milan is. Gelateria Toldo is located in Brera, standing across the church. In front of the shop is the bus stop that directs you to Duomo.

 

หนึ่งในร้านไอศกรีมที่อยากแนะนำให้กับทุกคนที่มามิลาน ด้วยรสชาติที่กลมกล่อม ราคาไม่แพง รสชาติมีให้เลือกหลากหลาย หนึ่งในวิธีการตระเวณชิมไอศกรีมของเราคือการสั่งรสชาติเดิมซ้ำๆ เพื่อเปรียบเทียบกันในแต่ละร้าน รสชาติดังกล่าวคือโยเกิร์ต ซึ่งเจลาเตเรียทัลโด้ไม่ทำให้ผิดหวัง นี่คือร้านที่มีไอศกรีมโยเกิร์ตที่อร่อยที่สุดในมิลาน นอกจากนี้ทางร้านยังใส่ใจลูกค้าด้วยการแบ่งประเภทของไอศกรีมออกจากกัน โดยแยกรสชาติที่ผสมนม กับรสชาติที่ทำจากผักและผลไม้ไว้คนละตู้ เพื่อให้สะดวกต่อการตามหารสชาติไอศกรีมตามแต่รสนิยมส่วนบุคคล

 

 

Botega Caffe Cacao

mi-photo8

Mi mancherai, Milano 008
Corso Giuseppe Garibaldi 12, 20121 Milano

Botega Caffe Cacao sells coffee, bakery and chocolate just like the title of the shop. There are area both inside and outside that perfect for both Winter and Summer. You can come here and do your work as long as you want because they also provided free-wifi for customers. Another nice thing is the baristas here are fluently speaking English.

 

อีกหนึ่งร้านน่ารักในย่านเบรร่า ที่ขายกาแฟ ขนม และช็อคโกแลตเหมือนชื่อร้าน คนมักจะเต็มร้านตลอดเวลาไม่ว่าฤดูกาลไหน ด้วยพื้นที่ร้านโดยรวมค่อนข้างกว้าง สามารถเลือกนั่งได้ทั้งด้านในและด้านนอกร้าน พื้นที่ด้านในมี 2 ชั้น มีมุมให้นั่งทำงานคนเดียวได้ไม่เขิน อีกทั้งทางร้านยังมีไวไฟให้ใช้ฟรี เหมาะสำหรับคนที่ชอบทำงานนอกสถานที่ในบรรยากาศสบายๆ และที่สำคัญมีกาแฟอร่อย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this:
close-alt close collapse comment ellipsis expand gallery heart lock menu next pinned previous reply search share star