Day 1 Moscow Kremlin & Red Square

เช้าวันแรกในเมืองมอสโก ประเทศรัสเซีย ความจริงการเดินทางเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อวาน (8 เม.ย. 2560) แต่เพราะกว่าจะถึงมอสโกก็เป็นเวลาเย็นแล้ว ฟ้ามืดแล้ว รายละเอียดของการเดินทางจึงมีแค่การผ่านตม.รัสเซีย การซื้อซิมมือถือ และการพาตัวเองจากสนามบินมาสู่โรงแรมในเมือง

ความจริงเรื่องการผ่านตม. ที่ดูเหมือนยากนั้นกลับกลายเป็นเรื่องง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าไม่นับการต่อคิวรอที่แสนยาวนาน แต่พอถึงเวลาตรวจพาสปอร์ตนั้นกลับเร็วมาก เอกสารทั้งหลายที่เตรียมมาไม่แม้แต่จะถูกเปิดอ่าน เราผ่านเข้าประเทศรัสเซียมาด้วยคำถามเดียวเท่านั้น

“How many days you will stay here?”

 

600409-Moscow-Kremlin-002-Fuji-color-100

Pentax MX with Fuji color 100

 

ก่อนมารัสเซีย เรากับแม่ใช้เวลาวางแผนการเดินทางมาค่อนข้างนาน หลังจากตัดสินใจได้ว่าจะมากันเองแบบไม่ง้อทัวร์ เพราะด้วยระยะเวลาที่เรามี บวกกับสถานที่ทั้งหลายที่เราอยากดู คิดว่าถ้าไปกับทัวร์ เราคงไม่ได้เข้าชมทั้งหมดอย่างจุใจ และไม่สามารถใช้เวลาไปกับสถานที่หลายๆ แห่งอย่างที่ต้องการได้

เริ่มตั้งแต่การกำหนดวันที่จะอยู่ในแต่ละเมือง ระบุสถานที่ที่จะไปในแต่ละวัน ไหนจะจองโรงแรม และวิธีในการเดินทางระหว่างเมืองอีก ต้องคิดว่าจะนั่งรถไฟหรือขึ้นเครื่องบิน เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนไปถึงรัสเซียจริงๆ การที่ใครหลายคนแนะนำให้ไปกับทัวร์ มากกว่าจะไปเอง เป็นเพราะรัสเซียนั้นยังมีความยากในเรื่องพวกนี้อยู่ ปราการด่านสำคัญเลยคือ ภาษา และภาษารัสเซียนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในภาษาที่ยากที่สุดในโลก!

 

600409-Moscow-Kremlin-001-Fuji-color-100

Pentax MX with Fuji color 100

 

แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีอะไรยากเกินไป ถ้าเราต้องการสิ่งนั้นมากจริงๆ เราอยากมารัสเซียมาก ด้วยเหตุผลติ๊งต๊องหลายๆ อย่างที่ฟังดูขัดกับประเทศมหาอำนาจแห่งนี้ คนส่วนใหญ่รู้จักรัสเซียอย่างผิวเผิน และมักจะเรียกรัสเซียด้วยฉายาว่า ดินแดนหลังม่านเหล็ก ที่ฟังดูเขร่งขรึมและทรงพลัง ในขณะเดียวกันก็ดูห่างไกลจากความสนุกสนาน ความสุข หรือความเป็นมิตรต่างๆ ที่ตรงกับความเชื่อที่ฟังต่อๆ กันมาว่า คนรัสเซียนั้นยิ้มยาก

ส่วนเราผู้มาจากสยามเมืองยิ้ม รู้จักประเทศรัสเซียตั้งแต่เด็กจากการ์ตูนเรื่อง อนาสตาเซีย (Anastasia ออกฉายในปี 1997) โดยมีเค้าโครงจากเรื่องจริงของเจ้าหญิงอนาสตาเซียแห่งราชวงศ์โรมานอฟ ผู้เคยมีชีวิตอยู่เมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว ทรงเป็นพระธิดาในกษัตริย์องค์สุดท้ายของจักรวรรดิรัสเซีย ซึ่งในสมัยที่ยังมีการปกครองระบอบพระมหากษัตริย์อยู่นั้นเป็นยุครุ่งเรืองของศิลปวัฒนธรรม งานศิลปะต่างๆ ถูกรังสรรค์ขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมถึงงานเครื่องประดับสุดวิจิตรอย่าง ไข่ฟาบาร์เช่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้เราอยากมารัสเซีย เพราะอยากมาเห็นของจริงด้วยตาตัวเอง

 

600409-Moscow-Kremlin-004-Fuji-color-100

The trinity tower
Pentax MX with Fuji color 100

 

วันแรกในมอสโกของเราเริ่มต้นที่สถานที่ท่องเที่ยวใจกลางเมือง Moscow Kremlin ที่เป็นเสมือนป้อมปราการในอดีต ภายในมีสิ่งก่อสร้างและศาสนสถานหลายแห่งให้เข้าชม รวมทั้งที่ทำการของวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของรัสเซียด้วย

การเดินทางมาที่นี่ มีสถานีรถไฟใต้ดินหลายสายที่มาถึง ในวันแรกนั้นเรายังงงกับการขึ้นลงรถไฟใต้ดิน ที่ถึงแม้จะเป็นสถานีที่อยู่ใกล้กัน แต่ความเป็นจริงแล้วระยะทางในการเดินเท้าไกลกันมาก แถมถ้าลงถูกป้ายแต่ดันขึ้นผิดฝั่ง หรือผิดทางออกก็ต้องเดินกันเหนื่อยเลยทีเดียว สถานีที่อยู่ใกล้ Moscow Kremlin ได้แก่ Arbatskaya สายสีน้ำเงิน Biblioteka Imeni Lenina สายสีแดง และ Alexandrovsky Sad สายสีฟ้า

สิ่งอำนวยความสะดวกในการเที่ยวรัสเซียที่สำคัญมากๆ อย่างหนึ่งคือ application ที่ชื่อ Yandex ซึ่งใช้บอกแผนที่สถานีรถไฟใต้ดินทั่วทั้งเมือง ควรโหลดติดโทรศัพท์มือถือไว้ เพราะนอกจากจะบอกชื่อสถานีรถไฟใต้ดินเป็นภาษาอังกฤษให้แล้ว ยังอัพเดทโลเคชั่นที่เราอยู่ด้วย ว่ากำลังอยู่ใกล้สถานีใด หรือกำลังเคลื่อนตัวไปทางไหน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจำเป็นต้องมีสัญญาณโทรศัพท์ และด้วยความที่รถใต้ดินในรัสเซียนั้นอยู่ลึกลงไปใต้ดินมาก ทำให้บางทีสัญญาณขาดหาย วิธีแก้ปัญหาคือการต่อสัญญาณ Wifi ของรถไฟใต้ดินที่มีบริการไว้ใช้ฟรี

 

600409-Moscow-Kremlin-006-LOMO-Kodak-pro-image-100

The trinity tower
Lomo LC-A with Kodak pro image 100

 

Moscow Kremlin เปิดให้เข้าชมเวลา 10 นาฬิกาตรง แต่เรารีบมาถึงก่อน เพราะต้องมาซื้อตั๋วเข้าชม มีคนบอกว่าควรมารอก่อนเวลาเปิด เพราะแค่การเข้าคิวซื้อตั๋วก็อาจทำให้เสียเวลาไปหลายชั่วโมง คำแนะนำของเราคือควรศึกษามาเป็นอย่างดี และตัดสินใจมาเลยล่วงหน้าว่าอยากชมอะไรบ้าง เพราะเมื่อมาถึงที่ขายตั๋วแล้วอาจจะงงได้ เพราะเต็มไปด้วยซุ้มขายตั๋วเรียงกันนับสิบที่แยกค่าเข้าชมแต่ละจุดไว้ต่างหาก ดังนั้นการที่เรารู้ก่อนว่าต้องการเข้าชมอะไรจะทำให้เราเลือกแถวที่จะต่อได้ถูกต้อง เพราะหากมายืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงจุดซื้อตั๋ว นอกจากจะไม่มีใครอาสาเข้ามาช่วยแล้ว อาจถูกสายตาของนักท่องเที่ยวท่านอื่น รวมถึงพนักงานขายตั๋วเองมองอย่างรำคาญใจได้

ภายใน Moscow Kremlin ประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้าง ศาสนสถาน อาคารและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ให้เราเข้าไปชมได้ เช่น Armoury Chamber ที่ภายในรวบรวมทรัพย์สมบัติของรัสเซียไว้ รวมถึง Diamond Fund ก็อยู่ในนี้ด้วย, Assumption Cathedral, Annunciation Cathedral, Archangel’s Cathedral, ปืนใหญ่ และระฆังของพระเจ้าซาร์ เป็นต้น

 

600409-Moscow-Kremlin-007-LOMO-Kodak-pro-image-100

Tsar’s Canon
Lomo LC-A with Kodak pro image 100

 

เราได้ศึกษามาแล้วว่าสิ่งที่เราอยากดูที่สุดที่นี่อยู่ใน Armoury Chamber และการที่จะเข้าไปชมได้นั้นจำเป็นต้องซื้อตั๋วแยกต่างหาก เพราะเปิดให้เข้าชมเป็นรอบๆ แถมมีการตรวจกระเป๋าอย่างละเอียด ละเอียดชนิดที่ว่าตรวจด้วยเครื่องจับโลหะก็แล้ว เจ้าหน้าที่ยังบังคับให้เปิดกระเป๋าใบเล็กใบน้อย หรือทุกใบที่มีเพื่อขอดูของข้างใน ละเอียดจนกินเวลาเกินความจำเป็น กว่าจะได้เข้าไปก็เลยเวลาที่เขียนไว้บนหน้าตั๋วไปนาน

สิ่งที่เราอยากดูก็คือ ไข่ฟาบาร์เช่ หรือ Imperial Easter Egg ที่จัดแสดงอยู่ใน Armoury Chamber รวมกันกับทรัพย์สมบัติมากมายของรัสเซีย

 

600409-Moscow-Kremlin-011-Fuji-color-100600409-Moscow-Kremlin-009-Fuji-color-100

Pentax MX with Fuji color 100

 

ไข่ฟาบาร์เช่นั้นมีที่มาจากพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 ทรงรับสั่งให้ช่างทองหลวง ปีเตอร์ คาร์ล ฟาบาร์เช่ ออกแบบของขวัญที่จะมอบให้กับควีนของพระองค์ในเทศกาลอีสเตอร์ปีหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่าเป็นที่พอพระทัยเป็นอันมาก ทำให้การมอบไข่ฟาบาร์เช่นั้นกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบกันมาจนถึงรัชสมัยของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ผู้เป็นลูกชายและกษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งจักรวรรดิรัสเซีย

ไข่ฟาบาร์เช่ถูกรังสรรค์ขึ้นเป็นจำนวนทั้งสิ้น 50 ใบ กระจายอยู่ทั่วโลก ทั้งในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ หรือในคอลเลคชั่นส่วนตัวของเหล่านักสะสม ในจำนวนนี้มีจัดแสดงอยู่ในประเทศรัสเซียทั้งหมด 19 ใบด้วยกัน โดย 9 ใบจัดแสดงอยู่ที่ Faberge Museum เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และที่ Amoury Chamber ใน Kremlin Moscow ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ที่รวบรวมไข่ฟาบาร์เช่ไว้มากที่สุดในโลกด้วยจำนวนทั้งสิ้น 10 ใบด้วยกัน

 

ความมหัศจรรย์ของไข่ฟาบาร์เช่ที่เราหลงใหลนั้น เป็นเพราะความปราณีตในการบรรจงสร้าง และเรื่องราวต่างๆ รวมถึง Surprise ที่ซ่อนอยู่ในไข่แต่ละใบ Surprise ที่ว่าอยู่ในรูปแบบของเครื่องประดับชิ้นจิ๋ว ที่แอบอยู่ด้านในเมื่อไข่เปิดออก ถูกสร้างขึ้นจากทักษะฝีมือของช่างชั้นสูง วัสดุและเทคนิคต่างๆ ที่ใช้เพื่อรังสรรค์ไข่แต่ละใบนั้นน่าทึ่งมาก ไม่ว่าจะเป็น Rock crystal แกะสลัก การลงยาสีบนพื้นผิวสามมิติ หรือการค่อยๆ บรรจงวาดภาพเหมือนลงบนเปลือกหอย ถือว่าเป็นผลงานศิลปะชั้นสูงที่อยู่ในรูปแบบของผลงานเครื่องประดับอันทรงคุณค่า ตอนที่ฟังบรรยายใน Audio guide นั้นได้ยินว่าที่นี่จัดแสดงไข่ทั้งสิ้น 10 ใบและอาจจะนำออกมาจัดแสดงได้ไม่ครบ ต้องขออภัยด้วย แต่ ณ ตอนนั้นเราสามารถนับได้ทั้งหมด 10 ใบตามที่บอก ดีใจมาก รู้สึกว่าถึงจะถ่ายรูปไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่ได้เห็นของจริงก็ประทับใจ ตายตาหลับแล้ว

 

600409-Moscow-Kremlin-005-Fuji-color-100

Assumption Catherdral
Pentax MX with Fuji color 100

600409-Moscow-Kremlin-008-LOMO-Kodak-pro-image-100

Church of Laying Our Lady’s Holy Robe
Lomo LC-A with Kodak pro image 100

 

หลังจากชม Moscow Kremlin เสร็จก็ย้ายไปต่อที่ Red Square ในบริเวณใกล้เคียงกัน เดินไปได้ในระยะห่างประมาณหนึ่งสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งต้อนรับเราด้วยอาคารสีแดงหลังใหญ่ที่เรียกเสียงชัตเตอร์ได้จากนักท่องเที่ยวทุกคน จนเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในรูปไฮไลท์ในการมามอสโกที่จะต้องถ่ายไปอวดทางโซเชียล สถานที่ที่เรากำลังพูดถึงนี้คือ State Historical Museum นั่นเอง

 

600409-Red-Square-005-LOMO-Kodak-pro-image-100

State Historical Museum
Lomo LC-A with Kodak pro image 100

 

เราชอบอาคารหลังนี้ตรงที่ตัวอาคารเป็นสีแดง แต่หลังคาเป็นสีขาว ให้ความรู้สึกถึงประเทศรัสเซียที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดเวลา แต่นี่เป็นเพียงอาคารที่ตั้งอยู่หน้าทางเข้าเท่านั้น เมื่อเดินผ่านเข้าไปทางซ้ายมือ จะเจอกับจัตุรัสขนาดใหญ่ ที่รายล้อมไปด้วยสิ่งก่อสร้างและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองมอสโก เรากำลังพูดถึงจัตุรัสแดง หรือ Red Square นั่นเอง

อาคารที่ห้อมล้อมจัตุรัสแดงอยู่นั้นประกอบไปด้วย State Historical Museum พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศาสตราวุธ และเกราะป้องกันในสมัยสงคราม, โบสถ์ Kazan Cathedral ที่อยู่ติดกับ GUM department store หรือห้างกุม ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่, สุสานเลนิน และไฮไลท์ที่ทุกคนต้องรู้จัก St. Basil’s Cathedral

 

GUM Department Store

600409-Red-Square-003-Agfa-Vista-200

Pentax MX with Fuji color 100

600409-Red-Square-001-Fuji-color-100

Pentax MX with Agfa Vista 200

 

ห้างกุมเป็นห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ ที่ทั้งภายนอกและภายในให้ความรู้สึกหรูหรา ทรงคุณค่าไปด้วยเรื่องราวและสถาปัตยกรรมที่เหมือนเดินอยู่ในอดีต โดยห้างแห่งนี้ก่อตั้งมานานกว่าหนึ่งร้อยปีแล้ว ร้านค้าส่วนมากด้านในเป็นแบรนด์เนมหรู และด้านล่างอาคารมีน้ำพุเปิดให้ชมและนั่งพักผ่อน หนึ่งในกิจกรรมที่มาถึงห้างกุมแล้วต้องทำนั้นคือการกินไอศกรีมของห้าง ซึ่งเปิดต้อนรับนั่งท่องเที่ยวทุกหัวมุมประตูทางเข้า ลักษณะเป็นโคนที่โปะไอศกรีมไว้ด้านบนอยู่แล้ว หากเลือกรสชาติไหนแม่ค้าก็จะหยิบมาให้ทั้งโคนอย่างนั้นเลย

นอกจากภายนอกที่ดูเผินๆ ชวนให้นึกถึงภาพยนตร์เรื่อง The Grand Budapest Hotel แล้ว เมื่อฟ้ามืดห้างกุมจะเปิดไฟที่ประดับประดาไว้ทั่วทั้งตึก เป็นอีกหนึ่งภาพบรรยากาศที่คุ้มค่าแก่การรอถ่ายรูปจริงๆ

 

Kazan Cathedral

600409-Red-Square-004-Agfa-Vista-200

Pentax with Agfa Vista 200

 

โบสถ์คาซานหลังเล็กอยู่ที่ติดกับห้างกุม ใกล้กับทางเข้าจัตุรัสแดง ที่ตอนแรกเรามองผ่านไปอย่างไม่ได้คิดอะไร แต่เมื่อถึงเวลาห้าโมงเย็น จะแอบเห็นพนักงานขึ้นไปตีระฆังอยู่ทางหอด้านซ้ายเป็นเวลานาน และยิ่งช่วงที่เราไปนั้นใกล้กับเทศกาลอีสเตอร์ จึงทำให้ผู้คนจำนวนมากเข้าโบถส์เพื่อทำพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งรัสเซียนั้นมีศาสนาประจำชาติคือ ศาสนาคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ ทำให้ลักษณะศาสนาสถานหรือพิธีกรรมต่างๆ นั้นแปลกและแตกต่างจากที่เราเคยสัมผัสมา ซึ่งเมื่อได้เข้าชมโบสถ์หลายๆ ที่เข้า ก็จะเริ่มเห็นความคล้ายคลึง และศรัทธาที่ผู้คนมีต่อศาสนาของเขาจริงๆ

 

St. Basil’s Cathedral

600409-Red-Square-002-Fuji-color-100

Pentax MX with Fuji color 100

600409-Red-Square-006-LOMO-Kodak-pro-image-100

Lomo LC-A with Kodak image pro 100

 

ปิดท้ายวันแรกในมอสโกด้วยสัญลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของรัสเซีย วิหารเซนต์เบซิลแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอีวานที่ 4 หรือที่รู้จักในนาม อีวานจอมโหด ตามเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาว่า พระเจ้าอีวานนั้นได้ควักลูกตาของสถาปนิกผู้ออกแบบอาคารหลังนี้ทิ้งเสีย เพราะไม่ต้องการให้ไปสร้างสถาปัตยกรรมที่สวยงามกว่านี้ที่ไหนได้อีก

ปัจจุบันเซนต์เบซิลถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญลำดับต้นๆ ของประเทศรัสเซีย กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาถ่ายรูป รวมทั้งเราและแม่ด้วย ด้านในโบสถ์สามารถเสียเงินขึ้นไปชมได้ ซึ่งมีการเก็บรวบรวมวัตถุสำคัญของทางศาสนา ภาพวาดต่างๆ ในอดีต สิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกต่อคนรัสเซียคือพวกเขามีความเลื่อมใสในศาสนาเป็นอย่างมาก ศาสนามักถูกดึงมาเป็นจุดขายในหลายๆ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ เนื่องจากมีการเก็บรักษาและอนุรักษ์ไว้อย่างดี บางศาสนสถานนั้นถูกทำลายลงในสมัยสงคราม ก็กลับมาบูรณะใหม่จากเงินบริจาคของชาวบ้านได้ และไม่มีครั้งไหนเลยที่เข้าไปชมโบสถ์และจะไม่พบคนที่ไม่ได้มาเที่ยว แต่มาเพื่อทำพิธีกรรมต่างๆ

 

วันแรกในมอสโกนั้นจบลงด้วยดี สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือคนรัสเซียที่คอยให้ความช่วยเหลือ ตั้งแต่อยู่ในรถไฟใต้ดินแล้ว คนรัสเซียนั้นความจริงใจดีมาก ถึงแม้หน้าตาจะไม่ยิ้มแย้ม แต่ก็มีน้ำใจต่อชาวต่างชาติไม่น้อย ยกตัวอย่างตอนที่ต้องแบกกระเป๋าขึ้นบันไดสูงๆ คนรัสเซียจะเดินมาหยิบกระเป๋าและเอาไปวางด้านบนให้เลยแบบไม่พูดอะไร และเดินผ่านไปโดยไม่รอรับคำขอบคุณ บางคนก็เดินเข้ามาถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม หรือถ้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ บางคนก็จะเดินไปส่งยังที่ๆ เราจะไปเลยด้วยซ้ำ  :-)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this:
close-alt close collapse comment ellipsis expand gallery heart lock menu next pinned previous reply search share star