The fairy tales of Van Cleef & Arpels

เครื่องประดับไม่เพียงแต่ทำหน้าที่สร้างภาพลักษณ์หรือนำเสนอตัวตนของผู้สวมใส่เท่านั้น หากแต่ยังช่วยยกระดับความสุขทางใจให้แก่ผู้ได้รับอีกด้วย บ่อยครั้งที่เครื่องประดับถูกใช้ในฐานะของขวัญแทนความรู้สึก กลายเป็นเครื่องมือที่แสดงความรัก ความห่วงใย และความผูกพันในหลายโอกาส เช่นเดียวกับแบรนด์เครื่องประดับชั้นสูงอย่าง Van Cleef & Arpels ที่มีต้นกำเนิดจากความรักระหว่างชายหญิงคู่หนึ่ง ที่ ณ วันนี้ได้ส่งต่อความสุขไปยังผู้คนทั่วโลก

 

Estelle Arpels and Alfred Van Cleef, 1895  - Van Cleef & Arpels

 

Van Cleef & Arpels เกิดจากนามสกุลของ Alfred Van Cleef (อัลเฟรด วอง คลีฟ) ลูกชายช่างเจียระไนพลอย และ Estelle Arpels (เอสแตล อาร์เพล) ลูกสาวพ่อค้าขายอัญมณี ทั้งคู่พบรักและแต่งงานกันในปี 1895 จากนั้นจึงก่อตั้งแบรนด์เครื่องประดับ Van Cleef & Arpels ขึ้นด้วยความฝันที่อยากจะสร้างบางอย่างร่วมกันให้คงอยู่ตลอดไป

อัลเฟรดได้ผลักดันแบรนด์เครื่องประดับนี้ร่วมกับน้องชายทั้งสามของเอสแตล จนสามารถเปิดหน้าร้านสาขาแรกในย่าน Place Vendôme ได้สำเร็จ ซึ่งปัจจุบันบริเวณนี้กลายเป็นแหล่งรวบรวมแบรนด์เครื่องประดับสุดหรู ณ ใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

 

place-vendômebbeaffd0b15bfe1a7fafe71f38190fa6

 

นอกจากความรักจะเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์แล้ว ยังเป็นแรงบันดาลใจหลักในการรังสรรค์ผลงานแต่ละชิ้น ทุกปี Van Cleef & Arpels จะมีคอลเลคชั่นที่เรียกว่า High Jewelry ซึ่งเป็นการหยิบเรื่องราวบางอย่างมาตีความเป็นชิ้นงานเครื่องประดับ ซึ่งในปี 2019 ที่ผ่านมาได้ออกคอลเลคชั่น Romeo & Juliet โดยได้แรงบันดาลใจจากโศกนาฏกรรมความรักในวรรณกรรมคลาสสิค (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่)

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอกลักษณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะของ Van Cleef & Arpels นั้นคืองานฝีมือชั้นครู โดยเฉพาะเทคนิคการเลือกสรรและจัดการอัญมณีต่างๆ รูปทรง สีสัน และสัดส่วนล้วนมีผลต่อความสวยงามที่ลงตัวในงานเครื่องประดับชิ้นจิ๋ว ซึ่งภายใต้องค์ประกอบขนาดเล็กนั้นต่างอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดผ่านประสบการณ์อันยาวนานของช่างฝีมือ

 

maxresdefault

 

ขออนุญาตยกตัวอย่าง Le Secret ซึ่งเป็นคอลเลคชั่น High Jewelry ของแบรนด์ประจำปี 2017 ที่บอกเล่าเรื่องราวง่ายๆ ผ่านรูปทรงของพืชพันธุ์ธรรมชาติผนวกกับการเล่นคำตามชื่อคอลเลคชั่น ซึ่งแปลตรงตัวว่า “ความลับ” แต่ความลับในที่นี้มิใช่เรื่องราวซับซ้อน หากแต่เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ซ่อนความพิเศษไว้ อย่างพฤติกรรมการเด็ดกลีบดอกไม้ที่ใครๆ ย่อมเคยทำ ก็ถูกนำมาตีความเป็นเข็มกลัดที่ตั้งใจใส่กลไกให้ขยับกลีบได้

โดยเครื่องประดับในคอลเลคชั่นต่างมีกลไกที่แตกต่างและถูกซ่อนรายละเอียดไว้ไม่ซ้ำกัน จึงนำมาซึ่งความตื่นเต้นที่สร้างความประหลาดใจได้ในทุกชิ้น Van Cleef & Arpels ได้นำเสนอความพิเศษของคอลเลคชั่น Le Secret ไว้ผ่านวีดีโอตัวนี้

 

 

และด้วยความโดดเด่นในเรื่องความรักที่สอดแทรกอยู่ใน DNA ของแบรนด์นี่เอง ทำให้ลูกค้าจำนวนมากเลือก Van Cleef & Arpels เป็นสัญลักษณ์แทนความรู้สึก นอกจากบุคคลธรรมดาทั่วไปแล้ว เหล่าสมาชิกในราชวงศ์จากหลายประเทศต่างก็เป็นลูกค้าของ Van Cleef & Arpels โดยหนึ่งในนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Wallis Simpson ผู้โด่งดังในรสนิยมสุดหรู เจ้าของกรุเครื่องประดับมูลค่ามหาศาล

วอลลิส ซิมป์สันได้รับเครื่องประดับเป็นของขวัญจากพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 จำนวนหลายชิ้น นับตั้งแต่ความรักของทั้งคู่เริ่มต้นจนถึงวันที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 สละราชบัลลังก์แห่งสหราชอาณาจักร เครื่องประดับของ Van Cleef & Arpels ได้ทำหน้าที่บันทึกเหตุการณ์ความรักระหว่างบุคคลทั้งสองไว้ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์

 

04

Houx clip retail card, 1936, Van Cleef & Arpels’ Archives / Houx clip, 1936, Private Collection

 

จากบันทึกของแบรนด์ Van Cleef & Arpels กล่าวว่าพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 มักจะทำงานใกล้ชิดกับนักออกแบบของแบรนด์ เพื่อสร้างความมั่นใจในแต่ละชิ้นงานที่จะถูกส่งต่อให้สุภาพสตรีผู้เป็นที่รัก อย่างเข็มกลัด Houx Clip (ภาพบน) ถูกรังสรรค์ขึ้นในช่วงปลายปี 1936 ปีเดียวกับที่พระองค์ประกาศสละราชสมบัติ

ตัวเข็มกลัดเป็นรูปทรงใบฮอลลี่ซ้อนกันและใช้เทคนิคการฝังแบบ Mystery Set ซึ่งภายหลังได้กลายเป็นหนึ่งในเทคนิคเฉพาะของแบรนด์ โดยเครื่องประดับชิ้นนี้ถูกส่งให้ซิมป์สันในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ทั้งสองอยู่ไกลกัน

 

05

Jarretière bracelet retail card, 1937, Van Cleef & Arpels’ Archives / Jarretière bracelet, 1937, Private Collection

 

เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 สละราชสมบัติ พระองค์ได้รับพระราชทานยศดยุคแห่งวินด์เซอร์ และได้ย้ายจากเกาะอังกฤษไปอาศัยอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส หลังจากนั้นจึงได้สมรสกับวอลลิส ซิมป์สันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้เธอได้รับยศดัสเชสแห่งวินด์เซอร์ตามมา กำไล Jarretière bracelet เป็นของขวัญแทนใจในเหตุการณ์สำคัญนี้ โดยที่ตัวเรือนมีคำสลักว่า “For our contract 18.V.37” อันหมายถึงวันมงคลสมรสของทั้งคู่

 

07

Cadenas® watch retail card, Van Cleef & Arpels’ Archives / 1st drawing of the Zip necklace, circa 1938, Van Cleef & Arpels’ Archives

 

ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่อยู่ด้วยกัน ดยุคแห่งวินด์เซอร์มักเลือกเครื่องประดับของ Van Cleef & Arpels เป็นสัญลักษณ์แทนใจในความรักที่มีต่อดัสเชสเสมอ โดยมักมีรับสั่งเฉพาะที่นำมาซึ่งความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ  ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือเทคนิคที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งในภายหลังกลายเป็นผลงานชิ้นสำคัญที่คอยสร้างชื่อเสียงให้ Van Cleef & Arpels เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

เรื่องราวของแบรนด์เครื่องประดับที่เกิดขึ้นจากความรักของคนธรรมดาคู่หนึ่ง สู่เรื่องราวความรักของบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ สร้างเกร็ดความรู้ต่างๆ และข้อมูลมากมายให้เล่าขาน ตลอดระยะเวลาหนึ่งร้อยกว่าปีของแบรนด์ หัวใจสำคัญนอกจากความรักในทุกมิติแล้วนั้น ความเอาใจใส่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้ชิ้นงานสมบูรณ์แบบเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รักของคนทั่วโลก เห็นได้จากความละเมียดละไมในเครื่องประดับทุกชิ้น และการนำเสนอที่ถ่ายทอดความตั้งใจจนใครๆ ต่างรู้สึกคล้อยตามได้เป็นอย่างดี

 

สุดท้ายนี้ขอลงตัวอย่างคลิปจากทางแบรนด์ที่แสดงให้เห็นความพิถีพิถันในการสร้างสรรค์ผลงานจาก Van Cleef & Arpels

Quatre Contes de Grimm แรงบันดาลใจจากนิทานสี่เรื่องของพี่น้องตระกูลกริมม์ ซึ่งเป็น High Jewelry collection ประจำปี 2018

นาฬิกาข้อมือ Midnight Planétarium watch ที่จำลองการหมุนของดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาล

Alhambra เครื่องหมายนำโชคที่ได้แรงบันดาลใจจากใบโคลเวอร์สี่กลีบ อีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่กลายเป็นภาพจำของแบรนด์ Van Cleef & Arpels

 

sources :

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.